“มันชินี่” ยอดกุนซือที่สร้างอิตาลีจนประสบความสำเร็จ ฟุตบอลยูโร 2020

ถ้าถามว่าฮีโร่ของฟุตบอลทีมชาติอิตาลีคือใครในตอนนี้ ก็คงจะตอบเป็นเสียงเดียวว่า “โรแบร์โต มันชินี่” ผู้ที่เปลี่ยนโฉมสไตล์ฟุตบอลอิตาลีให้เข้ากับยุคสมัยขึ้น จนสามารถประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ในการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 ได้อย่างยอดเยี่ยม จากเคยเป็นอดีตนักเตะทีมชาติอิตาลี จนได้รับโอกาสเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมในยุคที่ฟุตบอลของอิตาลีตกต่ำเป็นอย่างมาก แต่เขาได้พิสูจน์แล้วว่าอุปสรรคทุกอย่างมีไว้แก้ไขได้ทุกเมื่อ

เส้นทางของ โรแบร์โต มันชินี่ ตั้งแต่เริ่มคุมทีมจนคว้าถ้วยฟุตบอลยูโร 2020

ก่อนหน้านี้หลังจากที่จบฟุตบอลยูโร ปี 2016 อันโตนิโอ คอนเต้ ได้ประกาศอำลาทีมอย่างเป็นทางการกับทีมชาติอิตาลี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะฟุตบอลทัพอัซซูรี่ เมื่อผู้จัดการทีมที่เข้ามาคุมทีมคนใหม่อย่าง จาน ปิเอโร่ เวนตูล่า สร้างทีมอิตาลีเล่นบอลได้อย่างไม่มีจุดเด่นเป็นของตัวเองเลยสักนิด เกมรับที่ว่าเหนียวแน่นแข็งแกร่งที่สุดอันดับต้นๆ ของโลก ก็ไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้ แถมเกมรุกก็ไม่เป็นทรงเลยสักนิด ด้วยผลงานที่เลวร้ายมากๆ 

ทำให้อิตาลีถูกลงโทษด้วยการตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกโซนยุโรปในรอบ 60 ปี และจำเป็นต้องปลดกุนซือออกทันที ทุกอย่างพังทลายต่อหน้าต่อตาแฟนบอลอิตาลี โดยเฉพาะคนที่เสียใจหนักมากๆ เป็นอดีตตำนานผู้รักษาประตู จานลุยจิ บุฟฟ่อน ที่ก่อนหน้านั้นเจ้าตัวได้ประกาศว่าจะแขวนถุงมือในนามทีมชาติอย่างเป็นทางการ และฟุตบอลโลก 2018 ประเทศรัสเซีย จะเป็นทัวร์นาเมนท์สุดท้าย แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสไปถึงจุดนั้นได้ พร้อมกับร้องไห้ขอโทษแฟนบอลด้วยความเสียใจอย่างหนัก

จนในที่สุดฮีโร่คนใหม่ก็ได้เข้ามาในปี 2018 มีนามชื่อว่า โรแบร์โต มันชินี่ ซึ่งเป็นการคุมทีมชาติเป็นครั้งแรกในชีวิต แน่นอนว่าผลงานของเขาจากการคุมทีมก่อนหน้านี้ในระดับสโมสรนั้นถือว่าสุดยอดมากๆ โดยเฉพาะผลงานชิ้นเอกในการพาทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ประเทศอังกฤษ ของฤดูกาล 2011/12 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร และเอฟเอคัพ อีก 1 สมัย และการเข้าคุมทีมอินเตอร์ มิลาน ของกัลโช่ เซเรียอาลีก ประเทศอิตาลี ในปี 2004-2008 สามารถกวาดแชมป์เซเรียอา ลีก ไปได้ทั้งหมด 3 สมัย , โคปปาอิาเลีย 2 สมัย และซูเปอร์ โคปปาอิตาเลีย 2 สมัย

มันชินี่เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นที่ดุดันได้ในแฟนบอลอิตาลีเป็นอย่างมาก เขาได้สร้างความแตกต่างจากฟุตบอลอิตาลีจากยุคก่อนๆ โดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะความสมดุลของทีมมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นำเกมรับที่ขึ้นชื่อในความแข็งแกร่งกลับมาไว้อย่างคงเดิม พร้อมกับเพิ่มสไตล์เกมรุกแบบไม่มีกั๊ก กล้าได้กล้าเสีย ไม่มีการอุดหลังอย่างที่เคยเห็นสมัยก่อน

ตั้งแต่ที่โค้ชวัย 56 ปีรายนี้ เข้ามาคุมทีมเกมแรกจนถึงนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโร 2020 ทีมชาติอิตาลียังไม่เคยแพ้เลยสักครั้ง โดยมีสถิติไร้พ่าย 34 นัด ชนะ 29 นัด เสมอ 5 นัด และกลายเป็นโค้ชคนแรกที่ทำสถิติไร้พ่ายได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์มากกว่า ทีมชาติอิตาลีปี 1935-39 ที่เคยทำไว้ 30 นัด สุดท้ายแล้วต้องมาดูกันว่า มันชินี่จะพาฟุตบอลอิตาลีไปได้ไกลแค่ไหน แต่ตลอดระยะเวลา 4 ปีมานี้ ถือว่าทำได้เกินเป้าหมายแล้ว และอาจจะทำได้มากกว่านี้ก็เป็นได้