อีกแง่มุมของ “เซาธ์เกต” กุนซือที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักในฟุตบอลยูโร 2020

จากโค้ชทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุ 21 ปี ก้าวมาสู่ทีมชาติชุดใหญ่ในปี 2016 ด้วยคำสบประมาทหลายอย่างตั้งแต่ยังไม่ได้คุมทีมจริง บ้างก็พูดว่า “ยังไม่ถึงขั้น หรือ จะไปได้ไกลแค่ไหน” แต่สุดท้ายแล้วค่าของคนคือผลของงาน เขาสามารถพาทัพสิงโตคำรามเข้าไปสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกปี 2018 ที่ประเทศรัสเซีย และเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโร 2020 ได้สำเร็จ ลบคำสบประมาทได้อย่างราบคาบ

ถ้าจะพูดความจริงในระยะเวลา 55 ปีที่ผ่านมานี้ก็ไม่เห็นจะมีผู้จัดการทีมคนไหนทำได้อย่างเขาเลยสักนิด ทั้งๆ ที่มีขุมกำลังนักเตะระดับแข้งมหากาฬแต่ก็ไม่ได้ครึ่งของกุนซือวัย 50 ปีรายนี้เลย ก็จริงอยู่ว่า เซาธ์เกต อาจจะวางตัวผู้เล่นแบบขัดใจแฟนบอล แถมยังปล่อยให้ผู้เล่นที่ฟอร์มฮอตนั่งเป็นตัวสำรองดูเพื่อนแข่งจนถึงท้ายเกมแล้วได้รับโอกาส ซึ่งจุดนี้เป็นอะไรที่นักวิเคราะห์ฟุตบอล , แฟนบอลชาวอังกฤษ รวมไปถึงอดีตนักฟุตบอลทีมชาติทั้งหลายต่างก็ไม่เข้าใจว่าเขากำลังทำอะไรอยู่

แต่สุดท้ายแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำลงไปมันคือสไตล์ของเขาที่สามารถพาทีมประสบความสำเร็จได้ในแบบที่ไม่เหมือนใคร จุดเด่นของเซาธ์เกตในการวางระบบคือ มีเกมรับที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก จะเห็นได้ว่าในเกมการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 พวกเขาเสียประตูไปแค่ 2 ลูกเท่านั้น เน้นผลหรือเอาความแน่นอนเป็นหลัก

ส่วนทางด้านเกมรุกมีตัวผู้เล่นให้เลือกครบมือ แต่เขาก็ยังเลือกที่จะใช้ในความเชื่อมั่นและไม่สนเสียงคำวิพากย์วิจารณ์ใดๆ สุดท้ายแล้วถึงแม้ว่าจะผลิตสกอร์ได้น้อยแต่มันก็ยังเป็นแต้มที่สำคัญเสมอ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดในการทำทีมคือ นักเตะที่มีฟอร์มดีความสามารถพิเศษสูงอย่าง แจ็ค กรีลิช , เจอดอน ซานโช่ , มาร์คัส แรชฟอร์ด , หรือแม้กระทั่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่เป็นกัปตันทีมของลิเวอร์พูล ไม่ได้แสดงอาการไม่พอใจที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นเลยสักนิด 

โดยเฉพาะเกมที่เจอกับเดนมาร์ก แจ็ค กรีลิช ถูกเปลี่ยนตัวลงไปในช่วงครึ่งหลัง แต่ก็ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งหลัง เนื่องจากใช้แท็คติคเปลี่ยนไปเล่นหลังสามตัว ซึ่งแข้งแอสตัน วิลล่า ก็ไม่ได้แสดงอาการหงุดหงิดแต่อย่างใด แถมยังเข้าใจสถานการณ์ในตอนนั้ด้วยซ้ำไป ในจุดนี้หลายคนจึงมองว่า แกเร็ธ เซาธ์เกต เป็นคนที่จัดการระบบภายในทีมได้เป็นอย่างดี

ประเด็นสุดท้ายที่จะมาพูดถึงคือการวางตัวเลือกนักเตะที่สังหารจุดโทษทั้งหมด 5 รายแรกเพื่อชี้ขาดการเป็นแชมป์ฟุตบอลยูโร 2020 ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกถกเถียงกันอย่างหนักในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา บ้างก็ว่าทำไมถึงเอาเด็กอายุน้อยที่ไม่มีประสบการณ์ไปยิงจุดโทษในเกมที่สำคัญแบบนี้ 

แต่ในความเป็นจริงถ้าลองมองดูมุมของโค้ช การที่เขาเปลี่ยน ซานโช่ กับ แรชฟอร์ด ในช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีสุดท้ายที่ 120 นั่นก็แปลว่าพวกเขาซ้อมการยิงจุดโทษมาอย่างเคร่งครัดก่อนหน้านี้อยู่แล้ว แต่เพียงแค่ว่าผลไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังแค่นั้นเอง สุดท้ายแล้วบางทีถ้าหากอังกฤษอัดเกมรุกเหมือนกับ ฝรั่งเศส , เยอรมัน , โปรตุเกส , เนเธอร์แลนด์ , เบลเยียม ไม่แน่ว่าทัพสิงโตคำรามอาจจะตกรอบเหมือนทีมยักษ์ใหญ่ในศึกฟุตบอลยูโร 2020 ก็เป็นได้