โปรตุเกส , เนเธอร์แลนด์ 2 บิ๊กทีม พลิกล็อคตกรอบฟุตบอลยูโร 2020

เข้าสู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลยูโร 2020 มีสองทีมที่ผ่านเข้ารอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้แก่ ทีมชาติอิตาลี กับ ทีมชาติเดนมาร์ก มาถึงคิวของเมื่อคืนที่ผ่านมาคู่แรกระหว่าง ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เจอกับ ทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก ส่วนคู่ที่สองเป็นบิ๊กแมตซ์ทีมชาติโปรตุเกส เจอกับ ทีมชาติเบลเยียม ผลของเมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นไปอย่างผิดคาดทั้งสองคู่เลยทีเดียว

เมื่อ “ทัพอัศวินสีส้ม” กับ “ทัพฝอยทอง” ไม่สามารถผ่านเข้ารอบต่อไปได้ ซึ่งตอนแรกหลายคนคิดว่าน่าจะเป็นทั้งสองทีมนี้ที่จะเอาชนะได้สำเร็จ แต่ก็ต้องผิดหวังเก็บกระเป๋ากลับบ้านไปก่อน อย่างไรก็ตามก็ต้องขอแสดงความยินดีกับ เบลเยียมและสาธารณรัฐเช็กที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในทัวร์นาเมนท์นี้ จนได้รับชัยชนะมอบให้กับแฟนบบอลที่กำลังเชียร์อยู่ได้มีความสุขไปด้วยกัน

เหตุผลทำไมโปรตุเกสถึงแพ้เบลเยียม

เอาจริงๆ เกมการแข่งขันคู่นี้เป็นไปอย่างสูสีสลับกันบุกไปมา แต่ความคมในการจบสกอร์ของเบลเยียมดีกว่าจากลูกประตูยิงไกลสุดสวยของน้องชายเอเด็น อาซาร์ อย่าง “ธอร์กาน อาซาร์” และเป็นประตูเดียวในเกมนี้ที่เอาชนะโปรตุเกสไปได้สำเร็จ ส่งผลให้แชมป์เก่าต้องตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

ในเกมนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่สามารถทำอะไรได้อย่างที่ควรเพราะโดนแผงหลังประกบติดอยู่ตลอดเวลา จนไม่ค่อยมีโอกาสได้ส่องทำประตู ส่วนดิโอโก้ โชต้า เป็นอีกคนที่ได้รับโอกาสทำประตูแต่ก็ยังขาดความแม่นยำในจังหวะสุดท้ายอยู่บ่อยๆ อีกทั้งยังขาดมิดฟิลด์ที่คอยปั้นเกมในแดนกลางซึ่งต่างจากฝั่งของเบลเยียมที่มี เควิน เดอ บรอยน์ เป็นตัวคอยสร้างสรรค์เกม ส่วนแผงหลังของโปรตุเกสก็ถือว่าทำได้ดีทุกคน แต่มาพลาดแค่จังหวะลูกทำเข้าประตูยิงไกลแค่ลูกเดียว

ส่วนทางด้านเบลเยียม เรียกได้ว่าเป็นการแจ้งเกิดของ ธอร์กาน อาซาร์ เพิ่มมาอีกคนโดยสามารถเล่นในเกมริมเส้นได้อย่างจัดจ้าน บวกกับประสานงานกับพี่ชาย เอเด็น อาซาร์ และถึงแม้ว่าเควิน เดอ บรอยน์ จะได้รับอาการบาดเจ็บแล้วถูกเปลี่ยนตัวออกไปในช่วงต้นครึ่งหลัง แต่ก็ยังมี โรเมลู ลูกากู ที่เป็นกองหน้ารูปร่างใหญ่สามารถสร้างปัญหาในเกมรับให้กับโปรตุเกสอยู่หลายครั้ง ด้วยการใช้ความใหญ่พักบอลแล้วแตะให้เพื่อนเล่นง่ายหรือเข้าไปทำประตู ทำให้ทัพฝอยทองต้องจบที่รอบ 16 ทีมของฟุตบอลยูโร 2020 ส่วนเบลเยียมจะเข้าไปเจอกับอิตาลีในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

ทำไมเนเธอร์แลนด์ถึงพลิกล็อคแพ้สาธารณรัฐเช็ก

ต้องบอกว่าใบแดงเป็นเหตุจริงๆ ในจังหวะที่ มัตไธส์ เดอ ลิกต์ กองหลังของเนเธอร์แลนด์พลาดท่าล้มแล้วใช้มือปัดลูกบอลเพื่อไม่ให้นักเตะของเช็กหลุดเดี่ยว ซึ่งผู้ตัดสินได้ตรวจสอบที่ VAR แล้วควักใบแดงให้ทันที พอหลังจากนั้นอีก 10 นาทีเศษๆ ก็ถูกขึ้นนำเป็น 1-0 ตามด้วยลูกที่สองในช่วงท้ายเกม 2-0 ปิดกล่องส่งผลให้สาธารณรัฐเช็กผ่านเข้ารอบไปได้สำเร็จ

ก่อนที่จะโดนใบแดงเนเธอร์แลนด์เล่นค่อนข้างดีกว่าด้วยซ้ำ แล้วก็หวุดหวิดการได้ประตูอยู่หลายรอบจากสองหน้าคู่ เมมฟิส เดอปาย และดอนเยลล์ มาเลน ส่วนในแดนกลางก็ถือว่าคลาสบอลดีกว่าไม่ว่าจะเป็น จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม , เฟรนกี้ เดอ ยอง ที่บัญชาเกมกันอย่างราบรื่นในช่วงครึ่งแรก 

แต่ก็ไม่อาจต้านทาน 11 ตัวผู้เล่นของเช็กได้สำเร็จ โดยเฉพาะ แพทริค ชิค ที่ในเกมนี้ยิงไป 1 ลูก และก่อนหน้านี้ก็ทำประตูในรอบคัดเลือกแบ่งกลุ่มไป 3 ลูก รวมทัวร์นาเมนท์ฟุตบอลยูโร 2020 นี้ยิงไป 4 ลูกแล้ว ส่วนในเกมต่อไปสาธารณรัฐเช็กจะเข้าไปเจอทีมชาติเดนมาร์ก ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย